วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การตลาดตอนที่ 102 เรื่อง การประเมินผลการฝึกอบรมการขาย

เรื่อง การประเมินผลการฝึกอบรมการขาย


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน การประเมินผลเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของโปรแกรมการฝึกอบรมทั้งหมด การฝึกอบรมเป็นกระบวนการที่ดำเนินไป และหนึ่งในบรรดาความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ให้การฝึกอบรมก็คือการประเมินผลผู้ให้การฝึกอบรมในช่วงเวลาที่ผ่านมา คำถามที่ต้องได้รับการถามก็คือ อะไรคือสิ่งที่กิจการได้รับในรูปของเงิน   เวลา   และแรงงานที่ลงไว้ในโปรแกรมการฝึกอบรม

ขั้นตอนในการประเมินผล

(Steps In The Evaluation)

                มีสิ่งใดเกี่ยวข้องบ้างในการประเมินผลการฝึกอบรมการขาย การประเมินผลสามารถทำได้อย่างไร ถ้าหากว่าผู้บริหารให้ความคิดในกระบวนการประเมินผลในขณะที่ทำการออกแบบโปรแกรมการฝึกอบรมแล้ว การประเมินผลก็เป็นงานที่ง่ายขึ้น การประเมินผลการฝึกอบรมการขาย (Sales Training Evaluation) เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรมและการสร้างตารางข้อมูลรวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อกำหนดถึงประสิทธิผลของการฝึกอบรม สิ่งนี้เป็นขั้นตอน 4 ขั้น
1.             กำหนดถึงสิ่งที่ควรวัด
2.             กำหนดถึงวิธีการรวบรวมข้อมูล
3.             กำหนดถึงวิธีการวัด
4.             วิเคราะห์ข้อมูล กำหนดถึงผลลัพธ์ และทำการสรุปสำหรับการทำคำแนะนำ
สิ่งใดควรได้รับการวัด (What should Be Measured?)   ในเวลาที่จะทำการตัดสินใจถึงสิ่งที่ควรวัด ผู้ให้การฝึกอบรมทางการขายทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของการประเมินผลองค์ประกอบ กลุ่มต่างๆ  และรายการแต่ละอย่างที่สัมพันธ์กับการฝึกอบรม

องค์ประกอบที่จะวัด (Components To Measure) การประเมินผลอาจถูกมองว่าเป็นสิ่งที่มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

§       ปฏิกิริยา ผู้เข้าร่วมพูดถึงโปรแกรมว่าอย่างไร
§       การเรียนรู้  ความรู้ ทักษะ หรือทัศนคติใดที่ได้รับการเรียนรู้
§       พฤติกรรม การเรียนรู้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรม จริงๆ แล้วการฝึกอบรมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมหรือเปล่า
§       ผลลัพธ์ OTJ  สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การฝึกอบรมคุ้มค่าหรือไม่ จริงๆ แล้วมันได้ทำในสิ่งที่ควรทำหรือเปล่า
                สิ่งใดควรถือเป็นวิธีการรวบรวมข้อมูล (What Should Be The Information Collection Method?)   ตอนนี้เป็นขั้นที่สองในการฝึกอบรมการประเมินผล เทคนิคการรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน 5 อย่างถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้การฝึกอบรม เทคนิคเหล่านี้ได้แก่ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การทดสอบ การสังเกต และข้อมูลบริษัท บ่อยครั้งที่เทคนิคเหล่านี้ทั้งหมดถูกนำมาใช้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการประเมินผลการฝึกอบรม
1.             แบบสอบถาม (Questionnaires) เป็นเครื่องมือที่นิยมมากที่สุดที่ผู้ให้การฝึก  อบรมใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จัดการควบคุมดูแลได้ง่าย คุณค่าของแบบสอบถามอยู่ที่ว่าผู้ให้การฝึกอบรมสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึก ความคิดเห็น ความคิด และความเชื่อของพนักงานขาย บ่อยครั้งที่บุคคลไม่เต็มใจแสดงทัศนะอย่างเปิดเผยในกลุ่มแต่แสดงอย่างเปิดเผยในการเขียน โดยเฉพาะถ้าหากว่าสามารถเขียนได้อย่างไม่ระบุนาม
2.             การสัมภาษณ์ (Interviews) เป็นประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลที่ละเอียด คุณค่าของการสัมภาษณ์อยู่ที่ความยืดหยุ่นของมัน ผู้ให้การสัมภาษณ์สามารถเปลี่ยนแปลงประเภทของการตั้งคำถามเพื่อจะตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้รับการสัมภาษณ์ กลุ่มเน้นพนักงานขายจำนวน 4-6 คน ถือเป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลที่ดีมาก
3.             การทดสอบ (Tests) มีค่าต่อการกำหนดลงไปถึงปริมาณที่ผู้รับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ จึงควรได้รับการออกแบบมาเพื่อทดสอบความเข้าใจและเพื่อประเมินผลของโปรแกรมแต่ละส่วน ต่อจากนั้น ถ้าหากจำเป็น ผู้ให้การฝึกอบรมสามารถออกแบบส่วนใหม่ได้
4.             การสังเกต (Observation) เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่มีค่ามากที่สุดที่ผู้ให้การฝึก    อบรมมี ผู้ให้การฝึกอบรมเข้าสู่ภาคสนามเพื่อดูว่าผู้ให้การฝึกอบรมกำลังใช้การฝึกอบรมอยู่หรือเปล่า ในขณะที่อยู่ในสนาม ผู้ให้การฝึกอบรมควรถามผู้จัดการภาคสนามถึงความคิดเห็นของพวกเขา
5.             ข้อมูลบริษัท (Company Data) อย่างเช่นการประเมินผลการปฏิบัติงาน คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า และข้อมูลยอดขาย เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้นและสิ้นสุดการรวบรวมข้อมูลสำหรับการประเมินผล
การวิเคราะห์ การสรุป และคำแนะนำ จากการฝึกอบรมพนักงานขาย
ทันทีที่ผู้ให้การฝึกอบรมได้รวบรวมข้อมูลแล้ว พวกเขาก็สามารถสร้างตารางข้อมูลผลลัพธ์ได้และสามารถกำหนดลงไปถึงความหมายของพวกเขา สิ่งนี้อาจต้องการเวลาเพียงเล็กน้อยหรือมากก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ตอบคำถามและจำนวนคำถาม คำตอบอาจถูกวิเคราะห์ทางสถิติ อาจถูกแปลความในแง่ความถี่ของคำตอบต่อคำถาม หรือทั้งสอง
ผู้ให้การฝึกอบรมที่ใช้วิธีการที่ถูกต้องในการรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมก็จะอยู่ในตำแหน่งที่สรุปและทำตามคำแนะนำในการฝึกอบรมในอนาคต ค่อนข้างบ่อยที่ไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงต่อโปรแกรมการฝึกอบรม ผู้ให้การฝึกอบรมการขายจะให้ผลลัพธ์เชิงบวกเหล่านี้เพื่อเสริมแรงคำสำคัญของแผนกของพวกเขาและเพื่อพิสูจน์การดำรงอยู่และคำขอร้องสำหรับงบประมาณในการปฏิบัติการที่สูงขึ้น โดยการพิสูจน์บริษัทว่าสามารถหารายได้ผลตอบแทนคุ้มทุนแล้ว ผู้ให้การฝึกอบรมการขายอยู่ในตำแหน่งที่จะพัฒนาคุณภาพของโปรแกรม ฉะนั้นจึงมีการปรับปรุงความสามารถในการเพิ่มผลผลิตของพนักงานขายต่อไป


สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 101 เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทีมการขายผ่านการฝึกอบรม

เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทีมการขายผ่านการฝึกอบรม


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้เราค่อนข้างเน้นการพัฒนาทีมการขายผ่านการฝึกอบรมค่อนข้างมากนะครับ หลายคนถามผมว่าแล้วปัจจัยที่จะทำให้การพัฒนาพนักงานขายด้วยวิธีการนี้จะต้องเกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง ในความคิดของผมวิธีการในการฝึกอบรม ผู้อบรม สถานที่ หรือแม้กระทั้งวิธีการในการเลือกผู้อบรม และผู้ถูกฝึกอบรมเป็นปัจจัยสำคัญทั้งสิ้น ในเบื้องต้นเราลองมาศึกษาปัจจัยเกี่ยวกับบุคลที่ควรเกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมทีมการขายกันนะครับ
ตามแบบเฉพาะอย่างแล้ว มีแหล่งพื้นฐานสำหรับผู้ให้การฝึกอบรมอยู่ 3 แหล่ง ได้แก่
1.             บุคลากรบริษัท
2.             บุคลากรหน่วยงานขายประจำ
3.             และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกบริษัท

                ผู้ให้การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บริษัท (Corporate Staff Trainers)   ผู้ให้การฝึกอบรม เจ้าหน้าที่จะรับผิดชอบต่อการหาหลักสูตรในการพัฒนาทีมการขาย การบริหาร และการประสานงานของฝ่ายจัดการขายของกิจการและการฝึกอบรมหน่วยงานขาย รวมทั้งโปรแกรมการพัฒนา ตามแบบเฉพาะอย่างแล้ว ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและเจ้าหน้าที่ถูกแยกจากแผนกบุคลากร พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปกับแผนกเจ้าหน้าที่การขาย ผู้จัดการฝ่ายการฝึกอบรมปกติจะรายงานต่อใครสักคนที่อยู่ระดับสูงขึ้นไปของบริษัท อย่างเช่น รองประธานฝ่ายขาย

                ผู้ให้การฝึกอบรมไม่ควรเป็นเพียงพนักงานขายที่มีประสิทธิผลเท่านั้น แต่ยังควรเป็นผู้สอนที่เก่งด้วย บริษัทหนึ่งๆ ควรคัดเลือกพนักงานขายอาวุโสเป็นผู้ให้การฝึกอบรมโดยยึดความสามารถในการสื่อสารและการสอนอย่างมีประสิทธิผลเป็นหลัก ไม่ใช่ความสามารถทางการขาย  บุคคลที่มีทั้งความสามารถในการสอนและทางการขายปกติจะถูกพบได้ แต่ฝ่ายบริหารต้องคัดเลือกออกมา  งานที่ได้มอบหมายไว้ในฐานะผู้ให้การฝึกอบรม ณ ระดับบริษัทอาจเป็นก้าวๆ หนึ่งขึ้นสู่ทางสายอาชีพสำหรับพนักงานขายเชิงปฏิบัติการ

                บุคลากรหน่วยงานขาย (Sales Force Personnel)   ผู้แทนขายอาวุโสและผู้จัดการฝ่ายขายเขตและภูมิภาคมักจะเป็นผู้ให้การฝึกอบรมที่สำคัญของหน่วยงานขายของกิจการ บุคคลเหล่านี้นำประสบการณ์การขายหลายปีสู่โปรแกรมการฝึกอบรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับการฝึกอบรมสามารถเชื่อมสัมพันธ์กับผู้สอนได้อย่างรวดเร็ว

                ภายนอกผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรม (Outside Training Specialists) ผู้ให้การฝึกอบรมที่เป็นตัวแทนจากภายนอกบริษัทอาจเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษการฝึกอบรมการขายหรือตัวแทนขาย บริษัทหลายบริษัทได้มีหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาการขายโดยเฉพาะ ผมเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดหลักสูตรให้กับบริษัทต่าง ๆ หลายบริษัท และในทุกบริษัทจะมีความแตกต่างกันในรูปแบบในการอบรมเทคนิคการขาย ดังนั้นการจัดหลักสูตรในการพัฒนาทีมการขายในแต่ละบริษัทควรต้องมีความแตกต่างกัน และเหมาะสมกับปัญหาของบริษัทเป็นสำคัญ

                กิจการขนาดเล็กมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้การฝึกอบรมภายนอกอย่างมาก เพราะหากจะจัดตั้งแผนกในการอบรมการขายในบริษัทเองจะต้องใช้งบประมาณที่มาก ดังนั้นหากบริษัทขนาดเล็กต้องการพัฒนาทีมการขายผมแนะนำการใช้บริษัทจากภายนอกนะครับ


สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 100 เรื่อง วิธีการในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทีมงานขาย (ตอนที่ 2)

เรื่อง วิธีการในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทีมงานขาย (ตอนที่ 2)


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม


 สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน จากตอนเดิมที่เราได้ทราบกันแล้วนะครับว่าวิธีการในการอบรมเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาทีมการขายประกอบไปด้วย 4 วิธีการดังนี้คือ

1.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยยึดเทคโนโลยีเป็นหลัก (Technology – based Training Methods)

2.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยการแสดงบทบาท (Role Playing)

3.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยในขณะปฏิบัติงาน (On-The-Job Training)

4.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยจากการเรียนรู้(Training Learning Curves)

และผมเองได้อธิบายเบื้อต้นไปแล้ว 2 วิธีในตอนนี้เราจะมาต่อกันนะครับว่า 2 ตอนที่เหลือมีประเด็นใดบ้างที่ผู้ประกอบการจะนำมาใช้ในการพัฒนาทีมการขายกันนะครับ

วิธีการฝึกอบรมโดยในขณะปฏิบัติงาน

(On-The-Job Training)

การฝึกอบรมที่ใช้บ่อยมากที่สุดและดีที่สุดเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน การฝึกอบรมในขณะปฏิบัติงาน (OTJ) อาจใช้รูปแบบหลายอย่าง พนักงานขายหน้าใหม่อาจร่วมกับกับพนักงานขายเดิมร่วมกันฝึกปฏิบัติวิธีการขาย รวมทั้งการร่วมกันสังเกตการณ์ติดต่อทางการขาย
ประการแรก พนักงานขายที่มีประสบการณ์จะทำการสาธิตทางการขายทั้งหมดในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อเป็นแบบอย่าง หลังจากนั้นจะให้พนักงานขายที่เข้าร่วมอบรมลองปฏิบัติการขาย โดยให้ทำตามหรือปฏิบัติตามต้นแบบอย่างมืออาชีพ วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้นสำหรับผู้รับการฝึกอบรม ประสบการณ์ในการขายจะถูกสร้างจากสถานการณ์จริง แก้ใขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน้างาน

วิธีการฝึกอบรมโดยจากการเรียนรู้

(Training Learning Curves)


                พนักงานขายที่มีประสบการณ์และพนักงานขายหน้าใหม่มักจะต้องผ่านกระบวนการในการเรียนรู้ร่วมกัน  การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดจากการพนักงานขายประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าวจริง ๆ แต่การบอกเล่าในรูปแบบการเรียนรู้โดยเล่าสู่กันฟัง เป็นวิธีการหนึ่งที่ผมใช้ในการประทุมทีมขายของบริษัทที่ผมให้คำปรึกษา โดยในการอบรมเราจะเริ่มจากให้พนักงานแต่ละคนเล่าประสบการณ์การขายในแต่ละสัปดาห์ ที่เป็นทั้งปัญหาและสิ่งที่ประทับใจในการขาย ร่วมทั้งหากเหตุการณ์ใดที่เป็นปัญหา พนักงานขายจะเล่าประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นทั้งที่แก้ไขได้สำเร็จและยังไม่สำเร็จ และหากยังไม่สำเร็จเราจะมาหาวิธีการแก้ไขปัญหาทางการขายร่วมกัน

                วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ดีในการเรียนรู้ เพราะถึงแม้ปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นกับเราในขณะนี้ แต่หากปัญหาเกิดขึ้นกับเราเมือใด เราจะได้มีข้อมูลในการแก้ไขปัญหาแบบมืออาชีพ จากการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ข้อมูลในการแก้ไขปัญหามากพอแล้ว อย่าลืมทำเป็นรูปเล่มในลักษณะคู่มือการแก้ไขปัญหาของพนักงานขายเผือพนักงานขายอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้าประชุมอ่านเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนะครับ



สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 99 เรื่อง วิธีการในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทีมงานขาย (ตอนที่ 1)

เรื่อง วิธีการในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทีมงานขาย (ตอนที่ 1)


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วิธีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทีมงานขายในการเตรียมการที่ดีนั้น ผู้ประกอบการจะต้องมีการเตรียมการในปัจจัยต่าง ๆ ในเบื้องต้นดังนี้นะครับ

§       วัตถุประสงค์การฝึกอบรมที่จะได้รับการทำให้บรรลุผล
§       จำนวนผู้เข้ารับการสมัคร
§       ความชำนาญของผู้ให้การฝึกอบรม
§       ความเข้าใจของพนักงานขายแต่ละคนเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องต่างๆ
§       วัตถุดิบการฝึกอบรมที่มีอยู่
§       ค่าใช้จ่ายต่อผู้รับการฝึกอบรมของวิธีการต่าง และ
§       ขอบเขตของงานที่มอบหมายก่อนการอบรม เป็นต้น

ความสัมฤทธิ์ผลของการประชุมเกิดจากการที่ผู้รับผิดชอบในการประชุมทีมขายต้องมั่นใจว่า พนักงานขายที่เข้าร่วมอบรมต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดีก่อนการประชุม การปฐมนิเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่จะเริ่มทำการอบรมในบางครั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการเช่นนี้ บริษัททุกบริษัทที่ผมดูแลผมจะไม่เรียกว่าการอบรมแต่ผมจะเรียกเป็นการประชุมทีมขายประจำสัปดาห์แทน เพราะจะทำให้รูปแบบในการอบรมเป็นวิธีการสร้างทีมขายแบบมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางการขายมากกว่า งานที่ได้รับมอบหมายในการประชุมต้องมั่นใจว่าผู้รับการฝึกอบรมได้เริ่มต้นเข้าร่วมประชุมแต่เนิ่นๆ  บริษัทหลายแห่งได้ส่งเอกสารการประชุมให้กับพนักงานขายหลายสัปดาห์ก่อนการประชุม ซึ่งเป็นการระบุลงไปถึงงานที่ได้รับมอบหมายที่จะทำให้สำเร็จก่อนมาถึง เอกสารอาจมีตั้งแต่ข้อมูลใหม่ (ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่หรือการส่งเสริมการขายใหม่ เป็นต้น) หรือเป็นการทบทวนเทคนิคการขายแบบเดิม ๆ ก็ได้ โดยวิธีการในการอบรมประกอบไปด้วย

1.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยยึดเทคโนโลยีเป็นหลัก (Technology – based Training Methods)

2.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยการแสดงบทบาท (Role Playing)

3.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยในขณะปฏิบัติงาน (On-The-Job Training)

4.                                     วิธีการฝึกอบรมโดยจากการเรียนรู้(Training Learning Curves)

วิธีการฝึกอบรมโดยยึดเทคโนโลยีเป็นหลัก

(Technology – based Training Methods)

การฝึกอบรมวิธีการนี้ คือ การใช้สำหรับสื่อแบบสองทางโดยธรรมชาติ พนักงานขายสามารถซ้ำหรือข้ามสื่อได้ตามต้องการ นอกจากนี้ โปรแกรมสองทางยังส่งการป้อนกลับที่ใกล้ชิดและสามารถปรับสื่อที่แสดงต่อคำตอบของผู้รับการฝึกอบรม องค์ประกอบของสื่อหลายแบบยังคงเสริมผลักการฝึกอบรมต่อไป โดยการเชื่อมโยงตำรา กราฟิก เสียง วีดีโอ และภาพเคลื่อนไหว สื่อหลายแบบได้รวมเอาความรู้สึกสัมผัสทั้งหมดและนำทฤษฎีการเรียนรู้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาใช้ประโยชน์ โดยในปัจจุบันเราจะรู้จักกันดีในรูปของการอบรมแบบ E-Learning นั้นเอง โดยวิธีการนี้ผู้อบรมสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง กี่ครั้งก็ได้จนเกิดความเข้าใจ และในการประเมินโดยวิธีการนี้เราควรใช้การประเมินแบบก่อนและหลังการเรียนรู้นะครับ



วิธีการฝึกอบรมโดยการแสดงบทบาท

(Role Playing)

ในการแสดงบทบาท (Role Playing) นั้นผู้ให้การฝึกอบรมจะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น การสาธิตการแสดงการขายของสินค้าหรือบริการที่ดีแก่ผู้ซื้อสมมติฐาน บ่อยครั้งที่การสาธิตของผู้รับการฝึกอบรมจะเป็นแบบวิดีโอเทป และแสดงซ้ำสำหรับให้กลุ่มวิจารณ์ ให้ผู้รับการฝึกอบรมวิจารณ์ และผู้ให้การฝึกอบรมวิจารณ์


และทั้ง 2 วิธีเป็นวิธีการเบื้องต้นนะครับอีก 2 วิธีต้องให้ติดตามกันในตอนที่ 2 นะครับ



สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 98 เรื่อง แบบจำลองการฝึกอบรมการขายเพื่อเพิ่มยอดขาย

เรื่อง แบบจำลองการฝึกอบรมการขายเพื่อเพิ่มยอดขาย


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน การเพิ่มเติมความรู้ให้กับพนักงานขายอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องคำนึงถึงเป็นประเด็นแรก ๆ ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายนะครับ ตอนนี้ผมมีแบบจำลองการฝึกอบรมการขายมาฝากนะครับ โดยแท้จริงแล้วแบบจำลองนี้จะเป็นวิธีการในการวางแผน ปฏิบัติ และการประเมินผลการฝึกอบรมทางการขายนั้นเอง โดยในแบบจำลองนี้จะประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ 5 ขั้นตอนดังนี้ครับ

ขั้นที่หนึ่ง การวางแผนสำหรับการฝึกอบรมการขาย

(Phase One: Planning For Sales Training)


การวางแผนโปรแกรมการฝึกอบรมการขาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 1 นั้น เกี่ยวข้องกับการกำหนดถึงความต้องการการฝึกอบรมของหน่วยงานขายและการสร้างวัตถุประสงค์เพื่อสนองความต้องการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่พนักงานขายรายใหม่ที่มีความต้องการการฝึกอบรมพื้นฐานเท่านั้น แต่พนักงานขายที่มีอยู่ก็ยังต้องการที่จะได้รับฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ การวางแผนการฝึกอบรมควรเป็นการวางแผนอย่างต่อเนื่องโดยเน้นการพัฒนาทักษะการขาย การคิด การเป็นผู้นำ และการสร้างสรรค์วิธีการขายแบบมืออาชีพ

ขั้นที่สอง การจัดองค์การสำหรับการฝึกอบรมทางการขาย

(Phase Two: Organizing For Sales Training)


หลังจากได้วางแผนแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดองค์การโปรแกรม การจัดองค์การโปรแกรม ได้แก่ การเลือกวิธีการฝึกอบรม สื่อ และวัสดุ รวมทั้งทำเลที่ตั้งและเวลาของโปรแกรมด้วย ผู้ให้การฝึกอบรมอาจเตรียมการล่วงหน้าสำหรับพนักงานขาย สิ่งนี้เป็นการป้องกันไม่ให้สิ้นเปลืองเวลาและเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในอบรมเชิงปฏิบัติการในระยะแรกๆ

ขั้นที่สาม  การจัดพนักงานเข้าฝึกอบรมทางการขาย
(Phase Three: Staffing For Sales Training)
ทันทีที่แผนการฝึกอบรมและกระบวนการประเมินผลได้รับการพัฒนาและได้รับการจัดองค์การแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ ระบุว่าใครจะทำการฝึกอบรมที่แท้จริง โดยทั่วไปแล้ว มีแหล่งของการฝึกอบรมพนักงาน อาจเกิดขึ้นกับฝ่ายบุคคลให้บริษัทหรือจ้างจากภายนอกอย่างเช่นบริษัทที่ปรึกษาหลาย ๆ บริษัทจัดเป็นหลักสูตรตลอดทั้งปีให้แก่พนักงานขายในระดับต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำมาใช้ในการปฏิบัติการได้จริง

ขั้นที่สี่  การดำเนินการการฝึกอบรมทางการขาย

(Phase Four: Directing The Sales Training Effort)


ขั้นตอนที่สี่ในโปรแกรมการฝึกอบรมการขายเกี่ยวข้องกับดำเนินการฝึกอบรมทางการขายผมขออนุญาตนำเสนอตัวอย่างหลักสูตรทั่วไปที่บริษัทได้จัดทำเพื่อพัฒนาทีมการขายที่บริษัทได้เคยจัดทำไปแล้วดังนี้เช่น หลักสูตร เทคนิคการขาย & การบริหารลูกค้า หลักสูตรการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตร การบริการที่เยี่ยมยอด หลักสูตร ความคิดใหม่ ๆ ของการให้บริการ หลักสูตร การวิเคราะห์ลูกค้า หลักสูตร บทบาทของพนักงานขายในองค์กรสมัยใหม่ หลักสูตร ศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าและการสื่อสารกับลูกค้า หลักสูตร หลักการทำงานกับหัวหน้า หลักสูตร หลักการทำงานกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน หลักสูตร หลักการสื่อสารและหลักการสร้างความสัมพันธ์ หลักสูตร บุคลิกภาพผู้ให้บริการที่ดี หลักสูตร เทคนิคการฟัง พูด อ่าน และ เขียน หลักสูตร มาตรฐานการให้บริการ หลักสูตร การสร้างความสุขในการทำงาน และหลักสูตร การพัฒนาทักษะเพิ่มเติมทางด้านการตลาดและการขาย เป็นต้น

ขั้นตอนที่ห้า  การประเมินผลการฝึกอบรมการขาย

(Phase Five: Sales Training Evaluation)

การประเมินผลเป็นขั้นตอนที่ห้าและเป็นขั้นตอนสุดท้ายในโปรแกรมการฝึกอบรมการขาย ในฐานะที่เป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินไปอยู่นั้น การประเมินผลเกี่ยวข้องกับการกำหนดลงไปถึงสิ่งที่ควรได้รับการวัด วิธีการรวบรวมข้อมูล วิธีการวัด และการวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์สามารถได้รับการศึกษาได้ และไม่ว่าการแก้ไขใดๆ หรือการปรับปรุงใดๆ สามารถนำมาพิจารณาได้ และในตอนต่อ ๆ ไปผมจะมาเล่าบางประเด็นที่น่าจะเพิ่มเติมเพิ่มขึ้นนะครับ

สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 97 เรื่อง การฝึกอบรมทีมงานขายแบบการรื้อปรับระบบการฝึกอบรม (Reengineering Training)

เรื่อง การฝึกอบรมทีมงานขายแบบการรื้อปรับระบบการฝึกอบรม (Reengineering Training)


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านการฝึกอบรมการขาย (Sales Training) เป็นสิ่งจำเป็นที่นายจ้างต้องผลักดันให้แก่พนักงานขายโดยส่วนใหญ่การฝึกอบรมจะเน้นในเรื่องวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับงาน ทักษะ ความรู้ และทัศนคติที่น่าจะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานได้ในสภาพแวดล้อมทางการขาย

                โดยพื้นฐานแล้ว การฝึกอบรมการขายถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือเสริมแรงพฤติกรรมที่ทำให้พนักงานขายสามารถบรรลุเป้าหมายของงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น การรื้อปรับระบบการฝึกอบรม (Reengineering Training) เป็นการฝึกอบรมโดยเน้นการกำหนดเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมทางการขายให้ประสบความสำเร็จได้ใน  สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอยู่นี้ได้ทำให้เกิดความต้องการใหม่ในการฝึกอบรมและต้องการให้องค์การพัฒนาแนวทางอย่างครอบคลุมและสร้างสรรค์ที่ขยายออกไปนอกเหนือขีดจำกัดด้านเวลาและทางภูมิศาสตร์ การฝึกอบรมอย่างตรงต่อเวลา   การสอนตัวต่อตัว และการฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นเพียงกลยุทธ์บางอย่างที่บริษัทกำลังนำมาใช้ในหลักสูตรทางการฝึกอบรมการขายทั่วประเทศ องค์การหลายแห่งตัดสินใจที่จะรื้อปรับระบบกระบวนการฝึกอบรมใหม่เนื่องจากสภาวะแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ความเข้าใจกระบวนการการขายที่ดีขึ้น และเทคนิคการฝึกอบรมใหม่

                สิ่งต่างๆ ย่อมผ่านพ้นไป สิ่งต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับการการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดการรื้อปรับระบบการฝึกอบรมได้แก่


ประการแรก การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นๆ
ประการที่สอง หากว่าผู้จัดการฝ่ายขายไม่ได้คาดคะเนการเปลี่ยนแปลงแล้วปรับตัวเข้าหามัน พวกเขาและกิจการก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกของธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ประการที่สาม พนักงานขายต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับหัวข้อ เช่น ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป การแข่งขัน และพื้นที่ตลาด

โดยวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างของการฝึกอบรมหลายอย่างเกี่ยวข้องมากกว่าเรื่องการปรับปรุงยอดขายโดยทั่วไป แนวโน้มเหล่านี้สัมพันธ์กับประเภทของการฝึกอบรมที่บริษัทเสนอให้  ได้แก่สิ่งต่อไปนี้
§       การเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า
§       การช่วยให้พนักงานขายกลายมาเป็นผู้บริหาร
§       การปรับตัวให้พนักงานขายสามารถเข้ากับงานได้
§       การปรับปรุงความรู้ในพื้นที่อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ บริษัท คู่แข่งขัน หรือทักษะในการขาย
§       การลดการลาออกจากงานและการขาดงาน
§       การส่งอิทธิพลต่อทัศนคติในทางบวกในพื้นที่อย่างเช่น ความพึงพอใจในงาน
§       การลดค่าใช้จ่ายในการขาย
§       การแจ้งให้พนักงานขายทราบข้อมูล
§       การได้รับปฏิกิริยาตอบกลับจากพนักงานขาย
§       การเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์เฉพาะอย่างหรือประเภทของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์หลักของการฝึกอบรมก็คือ การลงทุนไปกับทรัพยากรอันมีค่ามากที่สุดขององค์การขาย นั่นคือ พนักงานขาย การฝึกอบรมคือกระบวนการที่กำลังดำเนินไปและเป็นความรับผิดชอบของผู้รับการฝึกอบรม ผู้ให้การฝึกอบรม และองค์การ



สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com

การตลาดตอนที่ 95 เรื่อง การวางแผนสำหรับการฝึกอบรมการขาย

เรื่อง การวางแผนสำหรับการฝึกอบรมการขาย


ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 สวัสดีครับทุกท่านพอมีตอน 1 ก็ต้องมีตอน 2 นะครับพอผมจุดประเด็นเรื่องการฝึกอบรมพนักงานขาย หลายบริษัทก็เริ่มถามกันเลยว่าเราควรเริ่มต้นอย่างไร ตอนนี้เราจะมาคุยกันนะครับว่าหากบริษัทจะเริ่มต้นการวางแผนการฝึกอบรมการขายเราจะทำกันอย่างไร
                ขั้นตอนแรกในเวลาที่ทำการพัฒนาหรือรักษาโปรแกรมการฝึกอบรมการขายก็คือการประเมินความต้องการ การประเมินความต้องการครอบคลุมถึงความต้องการการฝึกอบรมของหน่วยงานขายและการตั้งวัตถุประสงค์เพื่อสนองความต้องการเหล่านั้น กระบวนการนี้ยังเกี่ยวข้องไปถึงกิจกรรมที่ฝ่ายบริหารรู้สึกว่าพนักงานขายควรปฏิบัติเพื่อสร้างผลลัพธ์ยอดขายที่ต้องการอย่างไร
                การประเมินความต้องการมีความแตกต่างกันไปหลายกลุ่มของพนักงานขายเช่น
กลุ่มที่ 1 ความต้องการการฝึกอบรมในเบื้องต้นของพนักงานขายใหม่
กลุ่มที่ 2 ความต้องการของพนักงานขายในปัจจุบัน
และในการการวิเคราะห์ที่จำเป็นในการฝึกอบรม ผู้ประกอบการหรือผู้จัดการฝ่ายขายต้องแยกการวางแผนการฝึกอบรมเป็น  4 ระดับนะครับ โดย 4 ระดับที่ผมบอกไว้ได้แก่ ระดับองค์การ ระดับงานหรือปฏิบัติงาน ระดับพนักงานขาย และ ระดับลูกค้า

ระดับที่ 1 การวิเคราะห์ระดับองค์การ (Organizational Analysis)

                ผู้จัดการฝ่ายขายต้องใช้วัตถุประสงค์ของหน่วยงานขายและแผนการกลยุทธ์ก่อนในฐานะเป็นเครื่องชี้นำสำหรับการพัฒนาเป้าหมายการฝึกอบรม อะไรคือวัตถุประสงค์ของบริษัท กลยุทธ์ใดและยุทธวิธีใดที่หน่วยงานขายต้องนำไปปฏิบัติเพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์ด้วยคำตอบต่อคำถามเหล่านี้แล้ว ผู้ให้การฝึกอบรมสามารถสร้างให้เกิดเป้าหมายการฝึกอบรมเฉพาะอย่างสำหรับพนักงานขายของได้
การฝึกอบรมจะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องประกอบไปด้วย
1.             ค่านิยม (Value) การฝึกอบรมควรได้รับการมุ่งเน้นไปที่ผลการปฏิบัติงานที่จะทำผู้อบรมได้ประโยชน์สูงสุดจากการเข้ามาหาความรู้ในการเติมเต็มในสิ่งที่เค้าต้องการ
2.              การมุ่งเฉพาะส่วน (Focus)  การฝึกอบรมและการพัฒนาควรได้รับการมุ่งเน้นเรื่องเฉพาะ และเป็นประเด็นที่พนักงานขายต้องการ
3.              มวลชน (Mass) ในบางครั้งการฝึกอบรมไม่จำเป็นต้องเน้นการขายอย่างเดียวอาจเพิ่มเติมประเด็นในภาพรวมของชีวิตพนักงานให้มีมุมมองที่ดีขึ้น เช่นบางบริษัทผมไปอบรมพนักงานขาย ผมยังเคยอบรมในหัวข้อที่ไม่ใช่การขายเช่น การเป็นมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ หรือการจัดการชีวิตเชิงกลยุทธ์ เป็นต้น
4.             ระยะเวลา (Duration) ในการฝึกอบรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

ระดับที่ 2 การวิเคราะห์ระดับปฏิบัติการ (Operational Analysis)

                ณ ระดับปฏิบัติการนั้น ผู้บริหารจะวิเคราะห์คำบรรยายลักษณะงานและรายละเอียดเฉพาะเพื่อระบุลงไปถึงความสามารถเฉพาะอย่างที่จะเป็นส่วนของการฝึกอบรม นอกจากนี้ ยังเป็นการทบทวนผลการปฏิบัติงานเพื่อระบุลงไปถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของหน่วยงานขายและจึงเป็นการระบุลงไปถึงที่ที่ต้องการการฝึกอบรม
                การวิเคราะห์ปัญหา (Difficulty Analysis) เป็นการเปิดเผยและวิเคราะห์ปัญหาที่พนักงานขายประสบ อาจเปิดเผยออกมาว่าพนักงานขายกำลังประสบกับปัญหาในการพูดถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ของตนกับลูกค้าหรือลูกค้าได้เริ่มต้นซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่จากคู่แข่งขันและพนักงานขายกำลังประสบกับปัญหาในการโน้มน้าวลูกค้าในผลิตภัณฑ์ว่าดีพอๆ กับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่

ระดับที่ 3 การวิเคราะห์พนักงานขาย (Sales Personnel Analysis)

                การวิเคราะห์งานของพนักงานขายเป็นการกำหนดลงไปถึงพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับงานเฉพาะอย่างที่พนักงานขายต้องเข้าโปรแกรมการฝึกอบรม บริษัทต้องระบุลงไปถึงความต้องการการฝึกอบรมทางการขายโดยการให้การตรวจสอบ เช่น การพัฒนาทักษะทางการขาย  ความเป็นมืออาชีพทางการตลาด หรือเทคนิคการขายและการตอบข้อโต้แย้งของลูกค้า เป็นต้น

ระดับที่ 4 การวิเคราะห์ลูกค้า (Customer Analysis)

                ในการฝึกอบรมที่ดีฝ่ายฝึกอบรมพนักงานขายควรนำ เสียงของลูกค้ามาสู่การเป็นหลักสูตรในการพัฒนาพนักงานขายแต่ละคน โดยในการอบรมนั้น เราจะใช้จากการสอบถามลูกค้าว่าพนักงานขายของบริษัทเราควรเพิ่มการพัฒนาทักษะทางด้านใดบ้าง ซึงวิธีการนี้จะทำให้เราทราบว่าพนักงานขายของเราควรมีการพัฒนาในด้านใดอย่างแท้จริง     

สนใจข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลได้ที่ www.dollarsrich.com